Tashirojima

Tashirojima Island หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่หลายคนอาจไม่เคยนึกถึง แต่ทาสแมวอย่างคุณ Juth ไม่ยอมพลาดแน่นอน เมื่อเรามาถึงจังหวัดมิยางิ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหนึ่งในเกาะแมวที่โด่งดังของญี่ปุ่นค่ะ เกาะนี้มีชื่อว่า Tashirojima หรือ Tashiro Island ค่ะ หลังจากสอบถามการเดินทางไปยังเมืองต่าง ๆ ที่เราอยากไปกับเจ้าหน้าที่ที่ Tourist information center ที่สถานีเซนได เราก็กำหนดแผนการเดินทางกันใหม่ตามสภาพอากาศและเวลาของรถไฟกันค่ะ วันที่สองของทริปที่พยากรณ์อากาศว่าไม่มีฝน ฟ้าใส เหมาะกับการเดินทางไปเกาะแมวอย่างยิ่งค่ะ เกาะทาชิโรแห่งนี้ตั้งอยู่นอกชายฝั่งของเมือง Ishinomaki ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนักวาดการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น Shotaro Ishinomori ซึ่งวาดการ์ตูนดัง ๆ ไว้หลายเรื่อง เช่น Cyborg009, Kamen Rider Series เป็นต้น

Sendai Station

การเดินทางจาก Sendai ไปยัง Tashirojima Island

เนื่องจากเราถือ JR East Pass ซึ่งสามารถใช้โดยสารรถไฟได้ทุกเส้นทางในพื้นที่ที่กำหนดค่ะ Knot ขอตารางรถไฟและตารางเรือที่เราจะใช้เดินทางไปที่เกาะแมวทั้งขาไปและขากลับไว้เรียบร้อยนะคะ การเดินทางไป Tashirojima Island หรือเกาะแมวนี้เราต้องนั่งรถไฟไปที่เมือง Ishinomaki แล้วเดินหรือนั่งรถบัสต่อไปยังท่าเรือเพื่อไปยังเกาะแมวค่ะ รวม ๆ แล้วก็ประมาณ 3 ทอดค่ะ ครั้งนี้ Knot กับคุณ Juth เลือกที่จะนั่งรถไฟ JR Senseki-Tohoku Line ซึ่งเป็นรถด่วน หรือ Rapid จากสถานี Sendai ไปลงที่สถานี Ishinomaki ค่ะ เวลาในการเดินทางประมาณ 60 นาทีค่ะ อีกสายที่ไปได้เหมือนกันคือ JR Senseki Line ที่เป็นรถท้องถิ่น หรือ Local ค่ะ จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 85 นาทีค่ะ

Knot ขอแนะนำว่าให้อ่านป้ายดี ๆ นะคะ เพราะรถไฟส่วนใหญ่ประกาศเป็นภาษาญี่ปุ่นค่ะ แต่เที่ยวที่ Knot นั่งนี้ เค้าประกาศเป็นภาษาอังกฤษเป็นบางสถานีค่ะ สังเกตุว่าจะเป็นสถานีที่เป็นเมืองท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะค่ะ จากสถานี Ishinomaki จากการเปิด Google Map เพื่อดูเส้นทางไปยังท่าเรือ Ajishima Line บอกว่าเดินประมาณ 15 นาที และถนนในเมือง Ishinomaki สองข้างทางจะมีการ์ตูนของ อ.ชูทาโร่ ขนาดเท่าตัวจริงไว้ให้เราเดินถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ เราก็เลยตัดสินใจว่าจะเดินไปที่ท่าเรือค่ะ ถือว่าเดินชมเมืองไปด้วยเลย ระหว่างทางเราสองคนก็แวะกินซอฟต์ครีมบ้าง ขนมบ้างจนถึงท่าเรือค่ะ แต่เราสองคนเดินหลงทางนิดหน่อยค่ะ ระยะเวลาที่เดินรวม ๆ แล้วประมาณ 30 นาทีได้ค่ะ แนะนำว่าควรขึ้นรถบัสมากกว่าค่ะ (ถ้ามีโอกาสกลับไปอีกก็คงจะนั่งรถบัสค่ะ) จากท่าเรือเราก็ซื้อตั๋วเรือ Ferry ไป-กลับ คนละ 2,460 เยน ตารางออกเดินทางของเรือขาไป 9.00, 12.00, 15.30 น ขากลับ เวลา 7.40, 14.12 และ 15.33 น. ค่ะ เราสองคนไปถึงท่าเรือทันรอบ 12.00 น ค่ะ และเราวางแผนว่าจะกลับด้วยเรือเที่ยวสุดท้ายค่ะ

กองทัพต้องเดินด้วยท้องกับ Soba Mori

Soba Mori – Japanese fastfood

ก่อนขึ้นรถไฟไป Ishinomaki มีเวลาเหลือเล็กน้อย เราสองคนก็เลยเข้าไปกิน Soba เป็นอาหารเช้าก่อนออกเดินทางไปยังเกาะแมวค่ะ วิธีการซื้ออาหารในร้านอาหารหลาย ๆ ร้านของญี่ปุ่นจะใช้วิธีการสั่งอาหารที่ตู้ แล้วนำตั๋วใบเล็ก ๆ ไปยื่นให้พนักงานในร้านให้เค้าทำให้ตามออเดอร์ที่เราสั่งค่ะ ขั้นตอนการหยอดตู้นะคะ เราต้องเลือกเมนูที่เราต้องการสั่งก่อนแล้วค่อยใส่เงินนะคะ มื้อนี้คุณ Juth สั่ง Tempura Soba ส่วน Knot สั่ง Hiyashi Chuka ซึ่งเป็นบะหมี่เย็นที่วางโปะด้วยท๊อปปิ้งหลากสีสันที่ร้านบะหมี่ในเซนไดจะทำขายเฉพาะหน้าร้อนเท่านั้นค่ะ

โซบะหน้ากุ้งชุบแป้งทอด
โซบะเย็นสไตล์เซนได – Hiyashi Chuka

เราสองคนใช้เวลาในการสั่ง รออาหาร และรับประทานกันไม่เกิน 15 นาทีค่ะ บะหมี่อร่อยมาก ราคาไม่แพงค่ะ ชามละประมาณ 500-600 เยน หรือประมาณ 250 บาทไทยค่ะ ถูก อร่อย และรวดเร็วค่ะ เมื่อรับประทานเสร็จเราสองคนก็เดินไปเข้าแถวรอขึ้นรถกันค่ะ หากสังเกตเราจะเห็นว่ารถไฟขบวนที่เรานั่งเป็นรถ Hybrid นะคะ ตลอดสองข้างทางที่เรานั่งรถไฟในพื้นที่ Tohoku นี้ โดยเฉพาะจังหวัดมิยางิ ที่แม้จะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่ก็มีการติดแผงโซลาร์เซลล์เพื่อใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ตามบ้านเรือนและฟาร์มต่าง ๆ ด้วยค่ะ

JR Senseki-Tohoku Line to Ishinomaki
Knot on Train

Ishinomaki – เมืองแห่งการ์ตูน

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปเราสองคนก็เดินทางมาถึง Ishinomaki เมืองการ์ตูนอย่างแท้จริง ดูได้จากป้ายที่สถานีรถไฟค่ะ จะมีแผนที่บอกว่าการ์ตูนตัวไหนอยู่ตรงไหนบ้าง และมีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้างค่ะ Knot สังเกตได้ว่ามีนักท่องเที่ยวหลายคนที่ตั้งใจมาเที่ยวเพื่อถ่ายรูปกับการ์ตูนตัวโปรดด้วยค่ะ

Ishinomaki – Cartoon Map
Knot @ Ishinomaki Station

วันนี้ถ้าสังเกตจะเห็นกันว่า Knot ใส่กางเกงม้งลายแมวจากถนนคนเดินท่าแพ (ร้านลุงเปิดที่หน้าร้านกาแฟวาวี – ใครมีผ่านไปแวะซื้อได้นะคะ ลายผ้าสวยชัดไม่เหมือนใครค่ะ) เพราะเราจะไปเที่ยวเกาะแมวกันค่ะ ก็จะแต่งตัวสบาย ๆ ให้สะดวกกับการขึ้นรถลงเรือค่ะ

Knot @ Ishinomaki Station
Knot กับ Manga by Shotaro
Ishinomaki Station
หน้าสถานีรถไฟ Ishinomaki Station

เมื่อเราเดินออกมาหน้าสถานี ก็จะมีป้ายรสเมล์ ที่เราสามารถใช้บริการไปท่าเรือได้ค่ะ หากจะใช้บริการแนะนำว่าให้บอกคนขับรถว่าต้องการไปลงที่ Ajishima Line ค่ะ เค้าจะได้ประกาศให้เราทราบเมื่อถึงป้ายที่เราต้องลงค่ะ เพราะปกติรถเมล์จะประกาศเป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้นค่ะ แต่อย่างที่เล่าไปข้างต้นค่ะ Knot ดูแผนที่แล้ว และเปิด Google Map ช่วยเพื่อดูว่าใช้เวลาเดินกี่นาที และเห็นว่า 15 นาที เลยตัดสินใจเดินค่ะ แต่ความจริงเดินประมาณ 30 นาที ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนมาก ๆ ดีที่ยังพอมีตู้ให้ซื้อน้ำดื่มแก้ร้อนได้บ้างค่ะ

ดูแผนที่อีกครั้ง

เราสองคนเริ่มเดินจากสถานีรถไฟไปตามเส้นทางที่มีรูปปั้นการ์ตูนของ อ ชูทาโร่ตั้งอยู่สองข้างทาง เส้นทางนี้จะพาเราไปพิพิธภัณฑ์การ์ตูนของอาจารย์ค่ะ แต่เราจะเลี้ยวขวาเดินไปริมแม่น้ำเพื่อไปยังท่าเรือค่ะ ระหว่างทาง Knot ก็ขอถ่ายรูปกับรูปปั้นการ์ตูนไปเรื่อย ๆ ค่ะ การ์ตูนที่ Knot ถ่ายรูปด้วยนั้นส่วนใหญ่จะมาจากเรื่อง Cyborg009 ค่ะ ซึ่งเป็นการ์ตูนที่หลายคนน่าจะเคยดูตอนเด็ก ๆ ค่ะ เก่าพอสมควรเลยค่ะ เป็นการ์ตูนรุ่นแรก ๆ เลยค่ะ

Ishinomaki

เดินไปได้สักสองบล็อก Knot ก็เห็นร้านขายซอฟต์ครีมค่ะ เราสองคนก็แวะเติมพลังกันอีกนิดค่ะ พนักงานในร้านน่ารักมา ถามว่าเราสองคนจะมาจากประเทศอะไร จะไปไหน และแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของ Ishinomaki อีกทั้งยังให้หนังสือนำเที่ยว Ishinomaki กับเราด้วยค่ะ นอกจากเกาะแมวแล้วยังมีเกาะกวางด้วยนะคะ ถ้าใครสนใจก็ไปเที่ยวกันได้ค่ะ สำหรับ Knot ทริปนี้เรามีเวลาไม่กี่วันค่ะ ที่ Ishinomaki นี้คงได้เที่ยวแค่เกาะแมว หรือ Tashirojima Island เท่านั้นค่ะ ซอฟต์ครีมร้านนี้อร่อยมากค่ะ อนาคต Knot น่าจะกลับมาเที่ยวแถว ๆ นี้อีกครั้งค่ะ

ร้านขายขนมและของที่ระลึกใน Ishinomaki
หนังสือนำเที่ยว Ishinomaki และ Soft cream
หนังสือนำเที่ยว Ishinomaki
ซอฟต์ครีมรสงาดำแสนอร่อย
On the way

สองข้างทางริมแม่น้ำ อยู่ระหว่างการทำสันเขื่อนเพื่อป้องกันสึนามิค่ะ จากการสังเกต เค้าสร้างสันเขื่อนด้วยดินและหินคลุก มีการบดอัดเป็นชั้น ๆ แล้วเทคอนกรีตหรือราดยางมะตอยไว้ด้านบนสำหรับจักรยาน ให้ประชาชนมาเดิน/วิ่งออกกำลังกายกันค่ะ ดูแล้วแข็งแรงมากเพื่อป้องกันไม่ให้ดินหรือหินไหลกลับมาทับบ้านเรือนประชาชนหากน้ำซัดเข้ามาค่ะ สันก็ปลูกหญ้าเพื่อเป็นพื้นที่สีเขียวดูสวยงามสะอาดตาค่ะ ริมทางเดินระหว่างการก่อสร้างจะมีราวกั้นเป็นลายการ์ตูนน่ารัก ๆ สมกับเป็นเมืองแห่งการ์ตูนค่ะ ทุกอย่างผ่านการคิดการออกแบบให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดีเลิศค่ะ

รั้วกั้นบนนถนนเป็นทางเดินเท้า
Signature shot – ฝาท่อที่ Ishinomaki

ท่าเรือ Ferry – Ajishima Line

เวลาผ่านไปเกือบเที่ยง เราสองคนก็เดินมาถึงท่าเรือ Ferry เพื่อต่อเรือ Ajishima Line ไปยัง Tashirojima Island เรือใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงค่ะ ท่าเรือที่เกาะจะมีสองท่าค่ะ Odomari และ Nitoda ซึ่งถ้ามีเวลาไม่เยอะ Knot แนะนำว่าให้ลงที่ Nitoda แล้วเดินย้อนขึ้นไปที่ Nekko Shrine แล้วกลับที่ท่าเดิมค่ะ เนื่องจาก Nitoda จะมีแมวมากกว่า เพราะเป็นหมู่บ้านใหญ่ที่มีร้านค้า ร้านอาหารที่อยู่บริเวณนั้นค่ะ แต่วันนี้เรามีเวลาชั่วโมงกว่า ๆ ค่ะ ก็จะลงที่ Odomori แล้วเดินไปยัง Nitoda เพื่อกลับจากท่านั้นค่ะ

Ticket machine
พร้อมตะลุยเกาะแมวกันแล้ว

เมื่อเราซื้อตั๋วเรือเรียบร้อย Knot ก็เปิดหนังสือเล่มที่ได้มาจากร้านขนมค่ะ เพื่อดูว่าเราจะลงท่าไหน แล้ววางแผนการเดินบนเกาะของเราเพื่อให้กลับทันเรือเที่ยวสุดท้ายค่ะ ต้องระวังมาก ๆ เพราะถ้าพลาดเราจะต้องค้างคืนที่เกาะค่ะ บนเกาะมีที่พักให้เราสามารถค้างคืนได้ ถ้าต้องการ แต่ควรจองล่วงหน้าค่ะ เพราะมีไม่เยอะค่ะ

แผนที่เกาะแมว

เรือที่เราสองคนขึ้นเป็นรอบ 12.30 น จะไปถึงท่า Odomari เวลาประมาณ 14.10 น ค่ะ เรือลำนี้ชื่อ Mermaid II ค่ะ บนเรือจะมีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่มาเป็นครอบครัวกันหลายคน บางคนก็มาพร้อมอาหารและอุปกรณ์สำหรับการ Camping ค่ะ

Mermaid II
Odomari Dock
Arrived at Odomari

ตอนขึ้นเรือเจ้าหน้าจะจะดูว่าเรามีตั๋วไหม แต่ไม่ได้เก็บไป จะเก็บตอนลงจากเรือค่ะ ถ้าซื้อตั๋วไป-กลับอย่างลืมเก็บตั๋วขากลับคืนมาด้วยนะคะ ต้องให้เจ้าหน้าที่ดูเวลาขึ้นเรือขากลับค่ะ ที่สำคัญที่ท่าเรือที่ขากลับไม่มีที่ซื้อตั๋วเรือนะคะ ถ้าไม่ซื้อมาน่าจะต้องซื้อที่เจ้าหน้าที่ค่ะ

I came to Tashirojima!
Tashirojima Map

ลงจากเรือตอนบ่ายสอง แดดเปรี้ยงมากค่ะ จนต้องกางร่ม เดินจากท่าเรือก่อนถึงหมู่บ้านมีคุณป้าสองท่านเปิดร้านขายของที่ระลึกเป็นรูปแมวหลายอย่าง มีน้ำและกาแฟขายด้วยค่ะ เราได้ถุงผ้าลายแมวมาหนึ่งไป พร้อมกับกาแฟดำเย็น 1 แก้วและน้ำเปล่า 1 ขวด คุณป้าชมด้วยว่ากางเกงน่ารัก! แผนที่ของเกาะจะบอกว่าเราจะเจอแมวอะไรที่ตรงจุดไหนบ้างค่ะ

ร้านขายของที่ระลึกและเครื่องดื่ม

การมาเที่ยวบนเกาะนี้ มีกฎอยู่ 3 ข้อที่นักท่องเที่ยงพึงปฏิบัติ ได้แก่ (1) ห้ามให้อาหารใด ๆ กับแมวบนเกาะ (2) ให้ระวังขณะถ่ายรูปบนถนนเพราะมีรถวิ่งผ่านได้ และ (3) ห้ามเข้าบ้านส่วนบุคคลก่อนได้รับอนุญาต

แมวบนเกาะฝั่ง Odomari
แมวบนเกาะฝั่ง Odomari
ถังขยะก็แมว
แมวลายสลิด
เดิน เดิน และ เดิน

วันนี้เป็นวันแห่งการเดินจริง ๆ ค่ะ จากสถานีรถไฟมาท่าเรือ แล้วเรายังมาเดินข้ามเกาะกันด้วยค่ะ จาก Odomari จะมีถนนราดยางเป็นทางเดินไปยัง Nekko Shrine แล้วจะทอดไปยัง Shima no Eki หรือจุดพักซึ่งเป็นร้านอาหารและขายของที่ระลึกค่ะ เราสามารถนั่งนอกร้านและเล่นกับน้อง ๆ ได้ด้วยค่ะ

ป้ายบอกทาง

เดินจาก Odomari dock ผ่านหมู่บ้าน ผ่านป่า ประมาณ 20 นาที ตอนเดินผ่านหมู่บ้าน เราจะได้เจอน้องแมวหลายตัวค่ะ แต่พอออกจากหมู่บ้านแล้วก็จะไม่มีแมวให้เห็นจนเราเดินมาถึง Nekko Shrine หรือศาลเจ้าแมว ซึ่งอยู่เกือบ ๆ จะกลางเกาะกันเลยค่ะ บริเวณใกล้ ๆ ศาลเจ้า ก็จะมีแมวให้เราเล่นด้วยสองสามตัวค่ะ ดูเป็นแมวเจ้าถิ่นมากค่ะ

Nekko Shrine
Nekko Shrine
นั่งเฝ้าศาล
เฝ้าหน้าศาล
Shima no Eki

เดินเลยจากศาลเจ้าแมวมาไม่นาน ก็จะเจอ Rest Stop ให้เราได้ซื้ออาหาร เครื่องดื่ม หรือของที่ระลึกกันค่ะ ที่นี่รับเงินสดเท่านั้นนะคะ Knot ซื้อชา และของที่ระลึกเล็ก ๆ น้อย ๆ กลับมาด้วยค่ะ ชาที่ซื้อมาเป็นชาเขียว หอม อร่อย ดีเดียวค่ะ รายได้จากการขายของที่ระลึกนี้ ส่วนหนึ่งเค้านำไปใช้ในการเลี้ยงดูแมวบนเกาะด้วยค่ะ

Shima no Eki
รายชื่อผู้เสียชีวิตจากสึนามิ
แมว แมว แมว
รูปปั้นชาวประมง
ชาแมว
โปสการ์ดแมว
ชามข้าวแมวที่ไม่มีขาย
ห้องน้ำก็ยังแมว

อีกอย่างนึงที่ดีมาก ๆ บนเกาะนี้คือห้องน้ำค่ะ ห้องน้ำบนเกาะทุกที่สะอาดมาก แม้ว่าจะดูเป็นห้องน้ำสาธารณะที่ไม่มีคนดูแลก็ตามค่ะ

Tashirojima – Trips in My Memory
จ้องอะไรเอ่ย
นางแบบมืออาชีพจริง ๆ
ยืนสวย ๆ ให้ถ่ายค่ะ
On the way – the middle of the Island
ร้อน … เหนื่อย … ก็ยังสู้
เชิบ เชิบ

จาก Shima no Eki มาจนถึง Nitoda Dock จะมีน้อง ๆ ให้เราเห็นตลอดเส้นทางค่ะ แต่ละจุดจะมีแมวหนึ่งถึงสองตัวประจำถิ่นอยู่ค่ะ เราเดินไปถึงเค้าก็จะออกมาต้อนรับบ้าง เมินเราบ้างค่ะ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เราสองคนเดินหลงทาง เราจะเดินไปที่ท่าเรือ แต่กลายเป็นว่าเราเดินเข้าป่าไปเรื่อย ๆ อยู่ ๆ ก็มีแมวดำเจ้าถิ่นตัวหนึ่งเดินออกมา แล้วมองหน้าเราประมาณว่าเดินตามชั้นมาสิ จะพาไป แล้วเราสองคนก็เดินตามเจ้าตัวนั้นจนออกจากป่ากลับเข้าหมู่บ้านค่ะ พอถึงหมู่บ้าน น้องก็หันกลับมามองเราอีกทีประหนึ่งบอกลาเราค่ะ แสนรู้จริง ๆ ค่ะ

แมวนำทาง
เดินตามแมว
ป้ายบอกทางที่ทำเราหลง
Tashirojima Photo Museum

เมื่อเราเดินมาถึง Nitoda เราสองคนเดินไปยัง Photo Museum เค้ามีภาพของคนในหมู่บ้านและแมวเก่า ๆ สะสมไว้มากมาย ตั้งแต่สมัยก่อนสึนามี ภาพช่วงที่โดนสึนามิ และความเสียหายที่เกาะได้รับ รวมถึงภาพแมวในปัจจุบันด้วยค่ะ ปัจจุบัน จำนวนแมวบนเกาะเหลือไม่เยอะมากนัก เนื่องจาก เสียชีวิตไปจำนวนหนึ่งจากเหตุการณ์สึนามิ

ขนมที่ Photo Museum
ชาเย็นที่ Photo Museum
Tashirojima – I love Nekko

พอใกล้ได้เวลาเรือเที่ยวสุดท้าย เราสองคนก็เดินไปนั่งรอที่ Nitoda Port ค่ะ ท่าเรือฝั่งนี้ใหญ่กว่าท่าเรือของ Odomari มากทีเดียวค่ะ ที่ท่าเรือนี้เราจะเห็นชาวประมงญี่ปุ่นทำประมง มีตั้งเอาเรือเล็กออกไปลงแห เรือใหญ่ออกไปลากอวน แม้กระทั่งนั่งตกปลาก็มีค่ะ

Nitoda Dock
Fishermen
Tashirojima – Nitoda dock
Tashirojima – Nitoda Fishing port

ท่าเรือ Nitoda มีการแบ่งพื้นที่สำหรับตกปลา และท่าเรือสำหรับเรือใหญ่แยกออกจากกันค่ะ ชาวประมงตกปลา ก็ยังมีแมวนั่งเฝ้าค่ะ น่าจะรอกินปลาที่เค้าตกได้ค่ะ

ชาวประมงตกปลา
ห้องพักสำหรับรอขึ้นเรือขากลับ
Cat book

พอเรือมาเราสองคนก็ขึ้นเรือเที่ยวสุดท้ายกลับ Ishinomaki ค่ะ แล้วเราสองคนก็เดินผ่านเมืองเส้นทางเดิมกลับไปยังสถานีรถไฟ Ishinomaki แล้วนั่ง JR Senseiki Line กลับไป Sendai ค่ะ ระหว่างทางก็ถ่ายรูปอาคารบ้านเรือนที่ตกแต่งสมกับเป็นเมืองการ์ตูนไปเรื่อย ๆ ค่ะ

Manga Building
Hybrid Train back to Sendai

Dinner @Sendai

มื้อค่ำวันนี้ เราสองคนอยากกินปิ้งย่างค่ะ Knot ค้นหาร้านอาหารจาก Google และร้านที่เราเลือกน่าทานมาก อยู่ในตึก Herb Sendai ชั้น 8 ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ สถานีรถไฟ Sendai ค่ะ แต่พอเราไปถึง โต๊ะเต็ม เราต้องจองไว้ก่อน แล้วกลับมาอีกตอน 2 ทุ่ม รอประมาณ 1 ชม ค่ะ ระหว่างรอเราก็ไปเดินที่ถนนช้อปปิ้งเส้นเดิมและซื้อทาโกะยากิกินรองท้องกันก่อนค่ะ ลองสังเกตในภาพนะคะ คิวยืนรอซื้อทานในร้านยาวมาก แต่ถ้าซื้อกลับบ้านไม่มีคนเลยค่ะ Knot เลยซื้อแล้วเปิดกล่องยืนทานแถว ๆ หน้าร้านค่ะ

Tacoball

วัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นอีกอย่างที่เรียนรู้ได้คือเค้าจะไม่เดินกินค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เค้าจะซื้อแล้วยืนกินให้เรียบร้อย แล้วจึงจะเดินต่อไปค่ะ การซื้อแล้วยืนทานหน้าร้าน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนญี่ปุ่น แต่ถ้าเราซื้อแล้วเดินกินไปเรื่อย ๆ บางครั้งเราจะโดนมองแปลก ๆ ได้ค่ะ จริง ๆ ตามมารยาทหรือสมบัติผู้ดีของคนไทย การเดินกินหรือยืนกินก็ถือว่าไม่มีมารยาทนะคะ

Tacoball

Kotora Sendaiekimae Yakiniku

พอได้เวลาเราสองคนก็เดินกลับไปที่ร้าน Kotora Sendaiekimae เป็นร้าน Yakiniku ที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟเซนได อยู่ชั้น 8 อาคาร Herb Sendai ค่ะ ราคาค่อนข้างสูงพอสมควร แต่คุณภาพอาหารจัดได้ว่าดีมากค่ะ หอยเชลล์คือดีเลิศ คุณ Juth บอกว่าเนื้อดีกว่าร้าน Tamaruya Honten ที่เราชอบทานกันที่ Central World ในราคาใกล้เคียงกันค่ะ

หมูและเนื้อวัว
เนื้อวัวหมักที่ดีเลิศ

เราไปกันสองคน สั่งเนื้อวัว 1 อย่าง เนื้อหมู เบคอน หอยเชลล์ ซุปสาหร่าย ชาร้อน และข้าวเปล่า คุณ Juth ทำหน้าที่ปิ้งย่างเหมือนเดิม Knot กินอย่างเดียวค่ะ อร่อยมาก ขนาดไม่ใช่เนื้อวัวนะคะ สองคนมื้อนี้หมดไป 8,835 เยน หรือประมาณ 2,900 บาทค่ะ ที่ญี่ปุ่นไม่ต้องทิปนะคะ

Yummy
Wakame Soup
หอยเชลล์ย่างเนย

หอยเชลล์ย่างเนยเสิร์ฟพร้อมขนมปังฝรั่งเศสค่ะ หอมอร่อย แต่ทานเยอะ ๆ จะเลี่ยน ๆ หน่อยค่ะ แต่อร่อยมาก ใครจะไปเที่ยวเซนได Knot ขอแนะนำให้ไปชิมเนื้อย่างร้านนี้ค่ะ หากไม่ทานเนื้อก็ยังสามารถอร่อยกับหมูและอาหารทะเลได้ค่ะ หรือจะสั่งอาหารเมนูอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ปิ้งย่างก็ได้ค่ะ Knot แอบเห็นโต๊ะข้าง ๆ เค้าสั่งอาหารเป็นเซ็ตค่ะ ดูน่าทานมากค่ะ

ย่างละน้า
สนนราคามื้อค่ำ

กว่าจะจบมื้อค่ำ ก็เกือบสี่ทุ่มค่ะ ร้านรวงต่าง ๆ ปิดเกือบหมดแล้ว เราสองคนก็เลยเดินกลับที่พัก แวะซื้อน้ำที่ Family Mart หน้าโรงแรมก่อนขึ้นไปพักผ่อน เตรียมตัวไปเที่ยวอ่าวมัตสึชิมะ หรือ Matsushima Bay กันแต่เช้าค่ะ แล้ว Knot จะมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังกันต่อในโพสต์ต่อไปนะคะ Knot ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านโพสต์ยาว ๆ ของ Knot มาจนจบนะคะ ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม Facebook และ IG @TripsinMyMemory หรือ www.tripsinmymemory.com และกด Subscribe YouTube: Trips in My Memory ด้วยนะคะ จะได้ร่วมเดินทางและเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ไปด้วยกันค่ะ